| |
Product |
| |
+ จุดแตกต่างจาก Software บัญชี บน window |
 |
| |
ี |
• ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมกับทุกเครื่องที่ต้องการใช้งาน (สามารถเรียกใช้โปรแกรมได้ทุกที่บนโลก/ นอกโลก ผ่านระบบ Internet) |
| |
|
• ง่ายต่อการใช้งาน |
| |
์ |
• ง่ายต่อการ Implement และต้นทุนในการ Implement ต่ำ |
| |
|
• ง่ายต่อการปรับปรุงแก้ไขโปรแกรม(แก้ไขข้อผิดพลาด โปรแกรมได้ทันทีไม่ต้องรอ Update patch เพื่อไปติดตั้งยังเครื่อง client ทุกๆเครื่อง) |
| |
|
• และทุกครั้งที่มีการ Update Program version ใหม่บน web เครื่องทุกเครื่องก็จะได้รับการ Update version ทันที |
| |
|
• ไม่ต้องอ้างอิงความสามารถของเครื่องที่ใช้โปรแกรม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ Upgrade เครื่องเพื่อให้ใช้โปรแกรมได้ |
| |
|
• สามารถใช้ได้ทั้งกับ windows หรือ Linux |
| |
|
• Support Business model รูปแบบใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นบนโลกนี้ เช่น การทำงานร่วมกันทั้ง
ภายในและระหว่างองค์กรอย่างเป็นระบบ ผ่านinternet |
| |
|
• Support รูปแบบการค้าขายแบบใหม่ๆ เช่น E-commerce , C-Commerce , M-Commerce |
| |
|
• สามารถเชื่อมกับระบบ E-Commerce ได้ทั้งในรูปแบบ B2B หรือ B2C |
| |
|
• ใช้เวลาในการเริ่มระบบน้อย |
| |
|
• สามารถเชื่อมกับแหล่งข้อมูลต่างๆบน Internet ได้ทันที เพื่อให้ได้รับข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการ ตัดสินใจได้ในทันที |
| |
|
• สามารถดูผลได้ Real time ผ่านหน้า web page จากที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม |
| |
|
• สามารถบันทึกการทำงานได้ Real time ผ่านหน้า web page จากที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง โปรแกรม |
| |
|
• มี Back Up ข้อมูลทุกวัน |
| |
|
• มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงกว่าการใช้ Client – Server หรือ File Base |
| |
|
• web application มีความเสถียรในการใช้งานสูงกว่าการใช้ window application |
| |
|
• ง่ายต่อการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมเนื่องจากการใช้ Web Service เป็นมาตรฐานกลาง ดังนั้นใน การพัฒนา Solution นอกเหนือจาก Application เดิม
จึงใช้เวลาไม่นาน |
| |
|
• เมื่อเชื่อมผ่าน Internet แล้ว Web Application Technology มีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลสูง กว่า window application |
| |
|
• ต้นทุนในการใช้งานระบบต่ำกว่า window application (เป็นค่าเช่าการใช้งานรายเดือน/ ปี) |
| |
|
• ลดต้นทุนในการดูแล และ พัฒนาระบบ (ต้นทุนในส่วนนี้เป็นของบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยี) |
| |
|
• ง่ายต่อการดูแลรักษา (ในการดูแลรักษาระบบโดยหลักๆจะเป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ให้บริการ เทคโนโลยี) |
| |
|
• สามารถบริหารจัดการระบบได้ครบวงจรทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร (ภายในองค์กร คือ
การได้รับรู้สถานะการเงิน สถานะสินค้าคงคลัง ส่วนภายนอกองค์กร คือ การได้รับการติดต่อจาก
ลูกค้าจากภายนอกเพื่อทำขายหรือ การเสนอขายสินค้า และ การติดต่อกับ Supplier เพื่อทำการ ประกวดราคาสินค้า) |